ข้อพิพาทด้านกฎหมายครอบครัวไม่ใช่เพียงเรื่องทางกฎหมายเท่านั้น แต่ยังเป็นเรื่องส่วนบุคคลที่เกี่ยวข้องกับอารมณ์ความรู้สึก และอาจส่งผลกระทบต่อชีวิตในระยะยาว การเข้าใจสิทธิและทางเลือกทางกฎหมายของตนเองตั้งแต่เริ่มต้นจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง เราให้บริการดังต่อไปนี้
การจดทะเบียนสมรสในประเทศไทย
การจดทะเบียนสมรสในประเทศไทยสามารถดำเนินการได้ทั้งสำหรับบุคคลสัญชาติไทยและชาวต่างชาติ โดยดำเนินการ ณ ที่ว่าการอำเภอหรือสำนักงานเขต เราให้ความช่วยเหลือตลอดกระบวนการ ได้แก่
- การจัดเตรียมและตรวจสอบเอกสารที่จำเป็นทั้งหมด
- การแปลและรับรองเอกสารจากต่างประเทศ
- การประสานงานกับสถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุล
- การรับรองเอกสารการสมรสเพื่อใช้ในต่างประเทศ
สัญญาก่อนสมรส
(ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1465–1469)
สัญญาก่อนสมรสเป็นหนึ่งในเครื่องมือทางกฎหมายที่มีประสิทธิภาพที่สุดในการคุ้มครองทรัพย์สิน และกำหนดสิทธิและหน้าที่ของคู่สมรสแต่ละฝ่ายอย่างชัดเจนก่อนการสมรส โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่มีทรัพย์สิน ธุรกิจ หรือการลงทุนอยู่ก่อนแล้ว
ข้อกำหนดสำคัญ
- ต้องจัดทำเป็นลายลักษณ์อักษรและลงลายมือชื่อโดยคู่สมรสทั้งสองฝ่ายต่อหน้าพยานสองคน
- ต้องจดทะเบียนพร้อมกับการจดทะเบียนสมรส ไม่สามารถจัดทำภายหลังการสมรสได้ (มาตรา 1466)
- ต้องไม่ขัดต่อกฎหมายหรือความสงบเรียบร้อยของประชาชน (มาตรา 1465)
สัญญาก่อนสมรสที่จัดทำอย่างถูกต้องจะช่วยกำหนดทรัพย์สินส่วนตัวของแต่ละฝ่ายอย่างชัดเจน รวมถึงแนวทางการจัดการทรัพย์สินในกรณีหย่าร้าง ซึ่งช่วยลดโอกาสเกิดข้อพิพาทในอนาคตได้อย่างมาก
การหย่าในประเทศไทย
กฎหมายไทยกำหนดการหย่าไว้ 2 รูปแบบ
การหย่าโดยความยินยอม (มาตรา 1514)
ในกรณีที่คู่สมรสทั้งสองฝ่ายยินยอมให้หย่า สามารถดำเนินการได้ที่ที่ว่าการอำเภอหรือสำนักงานเขตภายในวันเดียว อย่างไรก็ตาม ควรจัดทำข้อตกลงการหย่าที่ครอบคลุมเรื่องการแบ่งทรัพย์สิน อำนาจปกครองบุตร ค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตร และค่าอุปการะคู่สมรสก่อนดำเนินการ
การหย่าโดยคำพิพากษาของศาล (มาตรา 1516)
ในกรณีที่คู่สมรสฝ่ายหนึ่งไม่ยินยอม หรือมีข้อพิพาทที่ไม่สามารถตกลงกันได้ ต้องดำเนินคดีต่อศาล เหตุแห่งการหย่าตามกฎหมายไทย ได้แก่ การมีชู้ การทอดทิ้ง การทำร้ายร่างกาย และเหตุอื่น ๆ ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 1516 โดยกระบวนการพิจารณาอาจใช้เวลาหลายเดือนถึงหลายปี ขึ้นอยู่กับความซับซ้อนของคดี
อำนาจปกครองบุตร
(ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1520, 1521)
เมื่อมีการหย่า อำนาจปกครองบุตรจะไม่ตกเป็นของบิดาหรือมารดาฝ่ายใดโดยอัตโนมัติ ศาลจะพิจารณาจากประโยชน์สูงสุดของเด็กเป็นสำคัญ โดยคำนึงถึง
- ความมั่นคงและสภาพแวดล้อมในการดำรงชีวิต
- ความสามารถทางการเงินและความสามารถในการดูแลบุตร
- ความผูกพันระหว่างเด็กกับบิดามารดาแต่ละฝ่าย
- ความประสงค์ของเด็ก ตามอายุและวุฒิภาวะ
- สุขภาพและความเป็นอยู่โดยรวมของเด็ก
สำหรับชาวต่างชาติ ข้อพิพาทเรื่องอำนาจปกครองบุตรข้ามพรมแดนมีความซับซ้อนเพิ่มเติม โดยเฉพาะกรณีที่ฝ่ายหนึ่งต้องการพาเด็กออกนอกประเทศไทย ซึ่งจำเป็นต้องได้รับความยินยอมจากอีกฝ่ายหนึ่งหรือมีคำสั่งศาล
การแบ่งสินสมรส
กฎหมายไทยแบ่งทรัพย์สินออกเป็น 2 ประเภท
สินส่วนตัว (มาตรา 1471)
ทรัพย์สินที่คู่สมรสฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีอยู่ก่อนสมรส หรือได้รับระหว่างสมรสโดยทางมรดกหรือการให้โดยเสน่หา สินส่วนตัวไม่ต้องนำมาแบ่งเมื่อมีการหย่า
สินสมรส (มาตรา 1474)
ทรัพย์สินที่ได้มาระหว่างสมรส โดยทั่วไปเมื่อมีการหย่า สินสมรสจะถูกแบ่งเท่า ๆ กันระหว่างคู่สมรสทั้งสองฝ่าย (มาตรา 1533)
ข้อสำคัญ
หากไม่มีหลักฐานเพียงพอที่จะพิสูจน์ว่าทรัพย์สินเป็นสินส่วนตัว ทรัพย์สินนั้นอาจถูกสันนิษฐานว่าเป็นสินสมรสและต้องนำมาแบ่งกัน (มาตรา 1475) ดังนั้น การจัดเก็บเอกสารหลักฐานตั้งแต่ต้นจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง
พินัยกรรมและการจัดการมรดก
(ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1646–1755)
การวางแผนมรดกอย่างเหมาะสมถือเป็นหนึ่งในขั้นตอนทางกฎหมายที่สำคัญที่สุด โดยเฉพาะสำหรับชาวต่างชาติที่มีทรัพย์สินหรือทรัพย์สินทางกฎหมายในประเทศไทย หากไม่มีพินัยกรรมที่มีผลสมบูรณ์ การแบ่งมรดกจะเป็นไปตามกฎหมายมรดกของไทย (มาตรา 1629) ซึ่งอาจไม่สอดคล้องกับความประสงค์ของเจ้ามรดก
เมื่อเจ้ามรดกถึงแก่ความตาย ทายาทจะต้องยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขอแต่งตั้งผู้จัดการมรดกก่อนจึงจะสามารถบริหารจัดการหรือแบ่งทรัพย์มรดกได้
บริการของเรา ได้แก่
- จัดทำพินัยกรรมที่ถูกต้องตามกฎหมายไทย ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ
- ยื่นคำร้องขอแต่งตั้งผู้จัดการมรดก
- ดำเนินการแบ่งทรัพย์มรดกตามพินัยกรรมหรือกฎหมายมรดกไทย
- ให้คำปรึกษาเกี่ยวกับมรดกที่เกี่ยวข้องกับหลายประเทศ (Cross-border Estate Matters)